วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

ธ.นครหลวงไทยร่วมกับ 10 พันธมิตรอสังหาฯ ชั้นนำจัดงาน “SCIB Home Loan”

ธนาคารนครหลวงไทยจัดงาน “SCIB Home Loan”เชิญผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 10 แห่ง เสนอโครงการที่อยู่อาศัย และแคมเปญสินเชื่อเคหะดอกเบี้ยต่ำสุดส่งท้ายปี ปีแรกคงที่เท่ากับ 1.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.25% ต่อปี พร้อมเงื่อนไขพิเศษมากมายมอบให้กับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปี เพื่อปูทางขยายฐานลูกค้ารายย่อยและมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร นครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารจัดงาน “SCIB Home Loan 2008” โดยเชิญผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 10 แห่ง ได้แก่ บมจ.อารียา บมจ.อนันดา บมจ. กรุงเทพบ้านและที่ดิน บมจ. แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเม้นท์ บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท บมจ.ปริญสิริ บมจ. พร๊อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บมจ.ศุภาลัย และบมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ นำเสนอโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภท พร้อมเงื่อนไขพิเศษเฉพาะให้กับผู้ซื้อโครงการภายในงาน ขณะที่ธนาคารเองเสนอโปรโมชั่น “บริการสินเชื่อเคหะนครหลวงไทย” อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่และรีไฟแนนซ์ (Refinance) คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเท่ากับ 1.99% หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) ลบ 1.25% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 95% ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี เมื่อวันที่ 12-14 ธันวาคม 2551 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซน ฟอรั่ม
ในปี 2551 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเคหะรายใหม่ไปแล้วประมาณ 15,000 ล้านบาท และในปี 2552 ตั้งเป้าที่จะปล่อยสินเชื่อรายใหม่เพิ่มประมาณ 20,000 ล้านบาท ถึงแม้ว่าแนวโน้มการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงก็ตาม
“การจัดงานดังกล่าวโดยเชิญผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พร้อมเงื่อนไขพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยรายย่อยเป็นการตอกย้ำแนวคิดของธนาคารในการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจรและยั่งยืนบนพื้นฐานของความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างธนาคารกับลูกค้า หรือ “Right Business Partner for Life” อีกทั้งยังเป็นการสร้างความจดจำชื่อของธนาคารนครหลวงไทยกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยตามแผนนโยบายเชิงรุกในการขยายฐานลูกค้ารายย่อยของธนาคาร รวมทั้งมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ อุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอีกด้วย” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น: