วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

“ดัชมิลล์” ทุ่ม 200 ล้านกระตุ้นยอดฉลองครบ 25 ปี เผยปี 52 ประกาศรุกสู่ตลาดโลกเต็มตัว

"ดัชมิลล์” ฉลองอายุครบ 25 ปี ทุ่มงบ 200 ล้านบาทจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย เผยแผนธุรกิจปี 52 รุกสู่ตลาดต่างประเทศเต็มตัว ขยายช่องทางการจำหน่ายในประเทศผ่านหนุ่ม-สาวดัชมิลล์ เชื่อยังครองส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มเป็นอันดับ 1 พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหารนมต่อเนื่อง
นายธีระยุทธ ฉายสว่างวงศ์ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท ดัชมิลล์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายนมเปรี้ยวพร้อมดื่มดัชมิลล์ เปิดเผยว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจดัชมิลล์ ในปี 2552 จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ในรอบ 25 ปี โดยเน้นการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร การบริหารบุคลากรในภาคปฏิบัติการ ต้องดำเนินการตลาดเชิงรุกด้านการจัดการลงลึกถึงระดับรากหญ้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงโดยเฉพาะในอำเภอ ซึ่ง ดัชมิลล์ ยังไม่ครอบคลุม ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่น 2 คลื่นลูกใหม่เข้ามาบริหารงาน ทั้งนี้เพื่อรองรับกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปีหน้านี้
“ผมจึงวางเป้าหมายสำหรับผู้บริหารรุ่น 2 ว่า ดัชมิลล์ต้องเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน โดยอีก 12 ปี ต้องขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มจาก 12 ประเทศ เป็น 20 ประเทศ จากการมี 47 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย และต้องเพิ่มการผลิตจาก 2.5 แสนตัน เป็น 5 แสนตัน ด้วยการมียอดขาย 250 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออก 5% เป็น 15% ใน 3 ปีข้างหน้า” นายธีระยุทธ กล่าว
สำหรับแผนการตลาดปีหน้านี้บริษัทจะขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยในส่วนทั้งในตู้แช่ตามร้านค้าย่อยทั่วไป ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ขณะที่เอาต์เลตบริษัทตั้งเป้า 2 ปี เพิ่มจาก 8.5 หมื่นแห่ง เป็น 1.5 แสนแห่ง และขยายครอบคลุมจาก 400 อำเภอ เป็น 700 อำเภอ ใน 3 ปี นอกจากนี้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ถดถอย เน้นการขยายช่องทางจำหน่ายสาวดัชมิลล์ ซึ่งสร้างรายได้เสริม 1 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะนี้เริ่มมีคนให้ความสนใจมาสมัครเองจากเดิมทีมเซลล์ต้องเข้าไปหา โดยคาดว่าปีหน้าสาวดัชมิลล์เติบโต 10% จากปัจจุบันมีราว 6,000 ราย ซึ่งช่องทางดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้กับดัชมิลล์คิดเป็นสัดส่วนถึง 65%
ส่วนปีหน้านี้บริษัททุ่มงบ 100-200 ล้านบาท การทำตลาดโดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคต่อเนื่องตลอด 3 ปีข้างหน้านี้ ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหารนม เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการบริโภคนม หลังจากที่ดัชมิลล์ประสบปัญหาสารเมลามีนปนเปื้อนในวัตถุดิบนมผงจากประเทศจีน และจากการสำรวจผู้บริโภคทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 42.43% ยังมีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคนม และ 41.12% ยังไม่แน่ใจ ส่วน 16.45% ยังไม่มั่นใจ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่าง 86.84% ยังต้องการข้อมูลความรู้เรื่องความปลอดภัยในอาหาร
“เชื่อว่าด้วยจุดแข็ง 3 ประการคือ การเคร่งครัดต่อการบริหารคุณภาพ การมีฐานการผลิตที่เข้มแข็ง และการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีระดับโลก จะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจ และส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปีหน้า ดัชมิลล์วางแผนจะรุกขยายตลาดสู่ประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากอย่างภูมิภาคตะวันออกกลาง และภูมิภาคเอเชียใต้” นายธีระยุทธกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น: