วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

KTAM เปิดขายกองทุนต่างประเทศ เน้นลงทุนในสินทรัพย์หลากประเภทโดยผู้บริหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก

บลจ.กรุงไทย เปิดตัวกองทุนต่างประเทศ เน้นโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์หลากประเภทที่บริหารจัดการโดยนักบริหารที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น วอเร็น บัฟเฟ็ต ดร.มาร์ค โมเบียส และบิลกรอส เป็นต้น
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม อินเวสเมนท์ เลเจนด์ ฟันด์ ( KTAM Investment Legends Fund : KTIL ) ในวันที่ 19-30 มกราคม 2552 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการขออนุมัติจัดตั้งกองทุนกับสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. เป็นกองทุนที่ลงทุนในกองทุน Investment Legends Fund และเป็นหนึ่งในกองทุนย่อยของ Celsius Fund Plc. บริหารโดย Barclays Capital Fund Solutions ( BCFS) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาสวอปที่มีการจ่ายผลตอบแทนกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิง และหน่วยลงทุนของกองทุน โดยการลงทุนดังกล่าวจะสะท้อนผลตอบแทนของการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น ตราสารทุน 40% สินค้าโภคภัณฑ์ 40% และตราสารหนี้ 20% ซึ่งมีผู้จัดการกองทุน ที่ได้รับการยอมรับด้านความสามารถในตลาดการเงิน โดยกองทุน KTIL จะลงทุนในกองทุนดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุน Investment Legends Fund เป็นกองทุนที่เป็นศูนย์รวมของการลงทุนในเชิงคุณภาพทางด้านต่างๆ และได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับโลก เช่น การลงทุนในบริษัทเบิร์ก ชาย แฮธาเวย์ บริหารโดย วอเร็น บัฟเฟ็ต ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการลงทุนในหุ้นทุน นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมเทมเพิลตัน อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ บริหารและจัดการ โดย ดร. มาร์ค โมเบียส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และลงทุนในกองทุนรวมโทเทิล รีเทิร์นบอนด์ ฟันด์ บริหารและจัดการ โดย บิล กรอส (Bond King) เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทั้งนี้ กองทุนยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาสวอปที่มีการจ่ายผลตอบแทนกับดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงอีกด้วย
ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนดังกล่าวมีความน่าสนใจต่อการลงทุน เนื่องจาก มูลค่าหลักทรัพย์มีการปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่ถูก และกองทุน Investment Legends Fund มีการบริหารโดยผู้ที่มีประสบการณ์และมีผลการดำเนินงานเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ดังนั้น ความเสี่ยงจากความผันผวนของการลงทุนค่อนข้างจะต่ำกว่าความเสี่ยงของตลาดโดยรวม การลงทุนในช่วงนี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนระยะยาวที่จะได้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพสูงในราคาที่ต่ำ
ส่วนทางด้านนายปวิณ รอดลอยทุกข์ ผู้อำนวยการสายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ในฐานะที่ธนาคารเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ และผู้แทนจำหน่ายกองทุน KTIL รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับมือกับบลจ. กรุงไทย ซึ่งเป็นการเสริมโอกาสที่ดียิ่งในการลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนอย่างในปัจจุบัน เราหวังว่าความเชี่ยวชาญของบลจ. กรุงไทยในการบริหารกองทุนให้กับรัฐวิสาหกิจ จะช่วยเสริมการบริการ และสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าซิตี้โกลด์ เวลท์เมเนจเมนท์ได้เป็นอย่างดี ผ่านทางนวัตกรรมของกองทุน เช่นกองทุน Legends Fund ที่มีเอกลักษณ์และแตกต่าง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ลงทุน โดยเน้น value เป็นหลัก และยังเป็นกองทุนรวมเดียวที่เอื้อให้นักลงทุนไทย สามารถลงทุนตามแบบอย่างของนักลงทุนระดับโลกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ
นอกจากนี้ แจส ลิม รองผู้อำนวยการสายบุคคลธนกิจ ส่วนเงินฝากและการลงทุน ธนาคารซิตี้แบงก์ เปิดเผยถึง มุมมองของนักวิเคราะห์ซิตี้เกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในปี พ.ศ. 2552 ว่าเป็นปีที่ถูกจัดแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ( A year of two halves ) จากวิกฤติทางการเงินทั่วโลกเป็นผลให้เศรษฐกิจถดถอย โดยเศรษฐกิจหลักที่ขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรมจะหดตัวในปีนี้ ดังนั้น ในระยะสั้นอย่างน้อยในครึ่งแรกของปี การฟื้นตัวจากวิกฤติจะยังคงรางเลือนอยู่ ส่วนครึ่งหลังของปีอาจจะมีความผ่อนคลายลงบ้าง จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และตลาดตราสารหนี้ที่เข้าสู่ภาวะปกติจากภาวะความกลัวความเสี่ยงของนักลงทุนที่ลดลง จากมุมมองนี้ ธนาคารจึงแนะนำแนวทางหลักของการลงทุน 4 ข้อ ที่จะช่วยนักลงทุนในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ คือ 1) เน้นมูลค่ามากกว่าการเติบโต ( Value Over Growth ) 2) ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ( Infrastructure) 3) พิจารณาตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีคุณภาพ ( Investment –Grade Corporate Debt ) และ4) สินทรัพย์ด้อยค่า ( Distressed Assets )
แจส ลิม กล่าวต่อไปว่า ในมุมมองของการบริหารความมั่นคงแล้ว การจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมนั้น ควรยึดหลักการเฉลี่ยต้นทุนในการลงทุน รวมถึงธนาคารยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้น จากปัจจัยด้านราคา นโยบายทางการเงินตลอดจนมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากบทเรียนในอดีต พบว่า ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างพอร์ตการลงทุน และการเก็บสะสมหุ้นที่มีมูลค่าน่าสนใจ โดยนักลงทุนจะต้องกระจายความเสี่ยงของพอร์ต( Diversified) ซึ่งหลักการนี้จะช่วยให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
บลจ. กรุงไทย มีมูลค่าสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 กว่า 190,000 ล้านบาท ซึ่งมีกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหาร และจัดการหลายประเภทด้วยกัน ทั้งกองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนส่วนบุคคล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www. ktam.co.th

ไม่มีความคิดเห็น: