วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

เอ็กโก กรุ๊ป แถลงผลการดำเนินงานปี 2551 กำไร 6,927 ล้านบาท ชูศักยภาพคน-การเงินแข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจปี 2552

เอ็กโก กรุ๊ป แถลงผลการดำเนินงานปี 2551 กำไรสุทธิ 6,927 ล้านบาท เผยกลยุทธ์ปี 2552 เล็งขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง พร้อมผลักดันโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศ และมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ รวมถึงปรับปรุงการบริหารจัดการภายในให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
นายวินิจ แตงน้อย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2551 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ว่า เอ็กโก กรุ๊ป มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 6,927 ล้านบาท ลดลง 1,475 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปี 2550 โดยคิดเป็นกำไรสุทธิ ต่อหุ้นเท่ากับ 13.16 บาท ทั้งนี้ หากไม่คำนึงถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการอ่อนตัวของค่าเงินบาท เอ็กโก กรุ๊ป มีกำไรจำนวน 7,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.34 โดยสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของโครงการแก่งคอย 2 โรงที่ 2 ที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551
ปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีสินทรัพย์รวม จำนวน 58,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,730 ล้านบาท หรือร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2550 มีหนี้สินรวม จำนวน 12,788 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2550 จำนวน 1,183 ล้านบาท หรือร้อยละ 10 และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือ จำนวน 4,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2550 ทั้งสิ้น 1,228 ล้านบาท ทั้งนี้ มีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.58 เท่า และ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เท่ากับ 0.28 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เอ็กโก กรุ๊ป มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมีความสามารถแข็งแกร่งในการจ่ายเงินปันผล
แม้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของเอ็กโก กรุ๊ป ในปัจจุบัน แต่อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ จึงได้ปรับกลยุทธ์ในการขยายการลงทุนไปยัง 1. โรงไฟฟ้าในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น 2. โครงการที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิง และ 3. โครงการภายในประเทศไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในฐานะบริษัทชั้นนำทางด้านพลังงาน และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเอ็กโก กรุ๊ปต่อไป”
สำหรับทิศทางการขยายการเจริญเติบโตของเอ็กโก กรุ๊ป ในปี 2552 นั้น นายวินิจ กล่าวว่า “เอ็กโก กรุ๊ป มุ่งเน้นการมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ โดยการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ หรือเข้าร่วมทุนในโครงการโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องแล้ว หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ จะพิจารณาโครงการที่มีคุณภาพ สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต และอยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้ ขณะเดียวกัน ยังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาโครงการด้านพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ทั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานชีวมวลในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง
ด้านการเพิ่มผลตอบแทนหรือผลกำไร เอ็กโก กรุ๊ปเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะ โรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และโรงไฟฟ้าถ่านหินเควซอน ในประเทศฟิลิปปินส์ ที่เอ็กโก กรุ๊ป ได้เข้าร่วมทุนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 2 ในประเทศลาว ซึ่งเมื่อปลายปี 2551 ก่อสร้างแล้วเสร็จร้อยละ 95 และมีกำหนดการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเดือนธันวาคม 2552
“ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรในเอ็กโก กรุ๊ป ซึ่งได้เตรียมพร้อมรับมือกับภาวะผันผวน ด้านต่างๆ อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงการบริหารจัดการภายใน รวมถึงการติดตามสถานการณ์พลังงาน สภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองอย่างใกล้ชิด ประกอบกับฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เรามั่นใจว่า เอ็กโก กรุ๊ป จะสามารถก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปได้อย่างมั่นคง และสามารถบริหารและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นสูงสุด” นยวินิจ กล่าวปิดท้าย

ไม่มีความคิดเห็น: