วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2552

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย: ยอดขายเพิ่มขึ้น 26% ในปี 2551

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยรายงานยอดขายของปีพ.ศ. 2551 โดยยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ และยอดขายรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีพ.ศ. 2550 สรุปจำนวนยอดขายรถยนต์รวมทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิอยู่ที่ 2,289 คัน (เทียบกับ 1,821 คันในปีก่อนหน้า) และรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูจำนวน 141 คัน (เทียบกับ 100 คันในปีก่อนหน้า)
มร. มิคาเอล คอร์ดิส ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาเป็นที่ท้าทายอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งในประเทศไทยและในระดับโลก เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ ทั้งเรื่องของวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจโลก อีกทั้งยังมีเรื่องของความผันผวนของราคาน้ำมัน ตามด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ถึงกระนั้นก็ตาม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนั้นสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราสามารถเพิ่มยอดขายคือ เรื่องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีอย่างเช่น เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี EfficientDynamics ที่มีชื่อเสียงของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำมัน เพิ่มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังลดการคายก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์”
สำหรับยอดขายแยกตามแบรนด์ผลิตภัณฑ์ แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูมียอดขายรถยนต์อยู่ที่ 1,876 คัน (เพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 1,471 คันในปีก่อนหน้า) และรถมอเตอร์ไซค์จำนวน 141 คัน (เพิ่มขึ้น 41 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 100 คันในปีก่อนหน้า) สำหรับแบรนด์มินิสามารถสร้างสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2545 ยอดขายรถยนต์มินิปีพ.ศ.2551 อยู่ที่ 413 คัน (เพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ 350 คันในปีก่อนหน้า)
ปีพ.ศ. 2552 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเตรียมพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าสู่ตลาดเมืองไทย “ปีพ.ศ. 2552 ยังคงจะเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ก็เตรียมพร้อมรับมือ ในด้านของอุตสาหกรรมรถยนต์ จะต้องเตรียมความพร้อมในการตอบรับกับพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค สถานการณ์ความผันผวนของราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของประสิทธิภาพเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมัน และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นตรงกับที่ทางบีเอ็มดับเบิลยูได้เล็งเห็นมาก่อน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำหน้าที่สุดในโลกรายหนึ่ง เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อว่า เทคโนโลยี EfficientDynamics” มร.มิคาเอล คอร์ดิสกล่าว
สำหรับปีพ.ศ. 2552 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยยังคงมุ่งเน้นในกลยุทธ์เชิงรุกด้านผลิตภัณฑ์ กล่าวคือ หนึ่ง นำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาสู่ตลาดเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเครื่องยนต์ดีเซล และสอง มุ่งเน้นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและแตกต่าง เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม และด้วยเทคโนโลยี EfficientDynamics รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพการประหนัดน้ำมันสูงสุด แต่ยังรักษาสุนทรียภาพในการขับขี่สไตล์บีเอ็มดับเบิลยู
ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น เช่น บีเอ็มดับเบิลยู
ซีรี่ย์ 7 ซีดาน บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ย์ 3 ซีดาน บีเอ็มดับเบิลยู Z4 โรสเตอร์ และ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ย์ 1 คูเป้ ในส่วนของมินิจะมีการเปิดตัว มินิ คอนเวิร์ททิเบิล และในส่วนของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูจะมีการนำรุ่น HP2 สปอร์ต เข้ามาจำหน่าย
อีกส่วนที่สำคัญในแผนงานปีนี้คือการทำการตลาดมุ่งเน้นด้านลูกค้าสัมพันธ์และการบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยศูนย์ Call Center ของเราเองทำให้เราสามารถติดต่อกับลูกค้าได้โดยตรง และทุกครั้งหลังการบริการ ลูกค้าจะได้รับการติดต่อเพื่อประเมินความพึงพอใจ เพื่อที่นำในใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการบริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นโปรแกรมบริการหลังการขาย BMW Service & Repair Inclusive ซึ่งเป็นการรับดูแล บำรุงรักษาและซ่อมแซมตลอดระยะเวลา 5 ปี/ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งจะสร้างความสบายใจให้กับเจ้าของรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกท่าน
นอกจากนั้น ยังมีโปรแกรมรถมือสอง BMW Premium Selection สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และ MINI Next สำหรับรถยนต์มินิ โดยมีการรับประกัน 2 ปี/ 40,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการสร้างความต้องการต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ทั้งสองแบรนด์
“ปีนี้ เรามุ่งที่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ มากกว่าปริมาณ และจะมุ่งเน้นที่การสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการสร้างแบรนด์ ระบบดีลเลอร์เน็ตเวริค์ และการบริการลูกค้า”

ไม่มีความคิดเห็น: