วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แอลจีเปิดตัว ARENA ชูสุดยอดนวัตกรรมทัชโฟนมัลติมีเดียสมบูรณ์แบบด้วย S-Class UI

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัส LG ARENA มัลติมีเดียโฟนสมบูรณ์แบบ ด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด S-Class UI ซึ่งตอบสนองการใช้งานให้ง่ายขึ้นด้วยเมนูทรงลูกบาศก์ (Cube) พร้อมทุ่มงบ 50 ล้านบาททำการตลาด โดยเน้นสร้าง Touch Experience เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับตัวผลิตภัณฑ์ รวมถึงการสื่อสารควบคู่การจัดกิจกรรมการตลาดต่างๆ แบบ 360 องศา ตั้งเป้ายอดขาย 30,000 เครื่องภายในสิ้นปี
มร. เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดว่า ที่ผ่านมาโทรศัพท์มือถือแอลจีสามารถสร้างกระแสความนิยมแก่ผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จากการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์ หรือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรกของโลก แม้กระทั่งการนำเสนอไลฟ์สไตล์การใช้งานโทรศัพท์มือถือในรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเจตจำนงอัน แน่วแน่ในการค้นคว้าและวิจัยถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค (Customer insight) อย่างจริงจังและนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคภายใต้นโยบายต่อเนื่องในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ทั่วโลกในคอนเซ็ปท์ “Stylish Design and Smart Technology that fit your life” และในปีนี้แอลจี อีเลคทรอนิคส์ได้เปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสร้างกระแสความน่าสนใจให้กับผู้บริโภคได้สัมผัสกันอีกครั้งภายใต้ชื่อรุ่น LG ARENA(KM900) โทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสที่มีความโดดเด่นด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด S-Class UI ตอบสนองการใช้งานได้รวดเร็วด้วยเมนูทรงลูกบาศก์พร้อมกราฟิกที่มีลูกเล่นและสีสันเพื่อความสะดวกและเพิ่มความสนุกให้กับการใช้งาน โดยแอลจีได้นำมาใช้กับโทรศัพท์รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกและระบบปฏิบัติการ S-Class UI จะกลายเป็นมาตรฐานการใช้งานของโทรศัพท์มือถือระดับพรีเมี่ยมของแอลจีในรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย ทั้งนี้ จากแผนงานด้านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ทั้งหมดกว่า 30 รุ่นภายในปีนี้ โดยหลังจากเปิดตัว LG ARENA แล้วทางบริษัทฯ มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็น Flagship Model ในกลุ่ม Smart Phone และ Design Phone สู่ตลาดประเทศไทยอีก 2 รุ่น เพื่อให้ครอบคลุมต่อความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภค
ทั้งนี้ LG ARENA ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและตอบทุกองค์ประกอบของการสร้างแบรนด์ในปีนี้ได้อย่างลงตัวโดยสามารถสร้างกระแสการตอบรับอย่างสูงจากยอดจองถึง 1 ล้านเครื่องจากทั่วโลกหลังจากการเปิดตัวสู่ตลาดยุโรปครั้งแรกในงาน Mobile World Congress 2009 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงบาร์เซโลน่าประเทศสเปน และวางตลาดในยุโรปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
สำหรับระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด S-Class UI (Superior Class User Interface) ได้รับการพัฒนาให้มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบเมนูทรงลูกบาศก์(Cube Menu) ซึ่งสามารถเลือกใช้งานและจัดการเมนูต่างๆ เพื่อใช้งานได้อย่างอิสระจากทั้ง 4 หน้าเมนู คือ Short cut, Widget, Phone book และ Multimedia โดยการทำงานของทุกฟังก์ชั่นถูกออกแบบให้มีสีสันและการตอบสนองที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงการรองรับระบบสัมผัสแบบ Multi-touch ซึ่งทำให้การใช้งานมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น อาทิ การใช้ 2 นิ้วควบคุมการเลื่อนหน้าจอแทน Scroll bar หรือใช้ขยายและย่อรูป นอกจากนี้ แต่ละฟังก์ชั่นก็ได้รับการออกแบบธีมให้มีเอกลักษณ์เฉพาะเพื่อสร้างความรู้สึกตอบสนองและการใช้งานที่สะดวก อาทิ ในฟังก์ชั่นกล้องดิจิตอล หน้าจอจะได้รับการออกแบบให้มีปุ่มควบคุมแบบ Dial Control เหมือนกับกล้องดิจิตอล และฟังก์ชั่น MP3 จะถูกออกแบบให้หน้าจอเป็นตู้เพลง (Juke Box) เป็นต้น
สำหรับ LG ARENA(KM900) เป็น Multimedia Touch Phone ซึ่งแอลจีได้นำระบบปฏิบัติการ S-Class UI มาใช้เป็นครั้งแรก โดยทำงานควบคู่กับฟังก์ชั่นการใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็น Dolby Mobile ที่นำมาใช้บนโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรกของโลก และหน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว แบบ WVGA ซึ่งให้ความคมชัดในการแสดงผลมากกว่าหน้าจอแบบ QVGA ถึง 4 เท่า นอกจากนี้--ยังสามารถรองรับการฟังเพลง และวิดีโอไฟล์ต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้น และอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่โดดเด่น คือ กล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์ระดับมืออาชีพ Schneider-Kreuznach จากประเทศเยอรมนี ฟังก์ชั่นการบันทึกภาพวิดีโอด้วยคุณภาพระดับ DVD ได้ไม่จำกัดเวลา และมีหน่วยความจำภายในเครื่องถึง 8 GB พร้อมความสามารถในการรองรับหน่วยความจำภายนอกถึง 32 GB ส่วนด้านการเชื่อมต่อก็สามารถเลือกใช้งานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ต WiFi, GPS, 3G หรือการต่อ TV out และการใช้สัญญาณ FM Transmitter โดยโทรศัพท์รุ่นนี้จะมีวางจำหน่ายในประเทศไทยในราคา 17,900 บาทและมีให้เลือก 2 สีคือ Silver และ Black titanium
ด้านแผนการตลาดของ LG ARENA บริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณไว้ที่ 50 ล้านบาท โดยจะมุ่งให้ความสำคัญกับการจัดสรรช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็นอันดับแรกผ่านพันธมิตรหลักคือร้านเจมาร์ทและผู้จัดจำหน่ายต่างๆ ในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ สำหรับด้านการโปรโมทผลิตภัณฑ์นั้น บริษัทฯ จะเน้นไปที่การสร้าง Touch Point สู่สายตาผู้บริโภคด้วยการตลาดแบบ 360 องศาผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเพื่อเข้าถึงและมอบประสบการณ์ตรงสู่ผู้บริโภคให้มากที่สุด ทั้งรูปแบบการจัดโรดโชว์เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์สู่พื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศหรือการรวมมือกับกลุ่มพันธมิตรในการจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ อาทิ การจัดกิจกรรม Pre Booking ที่มียอดจองทางเว็บไซน์กว่า 1000 เครื่อง ในช่วงระยะเวลา 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา การจัดกิจกรรม Touch Experience Display ซึ่งเป็นโปรแกรมจำลองการใช้งานของ LG ARENA ผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 82 นิ้วเพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ใหม่ล่าสุดของ S-Class UI ได้ที่ ร้านเจมาร์ท สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, สยาม พารากอน แฟชันไอส์แลนด์ และมาบุญครอง รวมถึงมีการจัด LG ARENA Cube Road show ณ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปได้สัมผัสประสบการณ์จาก LG ARENA อย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ไว้ที่ 30,000 เครื่องภายในสิ้นปี
ทั้งนี้ มร. เฮียน วู (ฮาเวิร์ด) ลี ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของแอลจี โมบาย ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่ามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 ซึ่งกล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะกระแสการตอบรับของผู้บริโภคจากการเปิดตัว Cookie หรือ LG KP500 และ Ice cream หรือ LG KF350 ทั้งนี้ จากปัจจัยหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาดที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์มากขึ้นและผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจคลอบคลุมทุกเซกต์เมนท์ ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถผลักดันให้บรรลุเป้าหมายด้านยอดขายที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 1,000,000 เครื่องขึ้นไป หรือส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10% ของตลาดรวมซึ่งคาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 9.5 ล้านเครื่อง

ไม่มีความคิดเห็น: