วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

“12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน” มหัศจรรย์สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย

ททท.เปิดตัวโครงการ "12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน" ชวนคนไทยเที่ยวถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา เพื่อสัมผัสกับสุดยอดมุมมองท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 5%
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันได้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ชะลอการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีการวางแผนการเดินทางที่ประหยัดมากขึ้น เช่น ลดการท่องเที่ยว เลือกเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่พักค้างคืน ท่องเที่ยวในระยะใกล้ ฯลฯ จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและภาคบริการที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับฟื้นคืนสภาวะปกติ ททท. จึงได้ดำเนินโครงการ "12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและสร้างกระแสให้คนไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวที่ปรากฏในโครงการฯ ได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี และเป็นการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
สำหรับนิยามของคำว่า "12 เดือน"คือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดยอดมุมมองของการท่องเที่ยว ที่ถูกคัดสรรว่าสวยที่สุด น่าดูที่สุด ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสัมผัส โดยมีแนวคิดมาจากการได้ไปชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวในตำแหน่งและในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด โดย ททท.ได้คัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวซึ่งจะปรากฏความงามออกมาให้ดูได้เฉพาะในแต่ละเดือนตามปีปฏิทินเดือนละ 2 แห่ง ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางได้ตลอดปีทั้ง 12 เดือน
ส่วน "7 ดาว" หมายถึง ความมหัศจรรย์แห่งความสวยงามที่เกิดขึ้นยามค่ำคืนที่น่าสนใจที่สุด และ "9 ตะวัน" จะเป็นสุดยอดแห่งปรากฏการณ์ภาคกลางวัน ที่ความงดงามได้ปรากฏให้ได้เห็น หากพลาดในปีนี้ ก็คงต้อง ณ เวลานี้ในปีถัดไป จึงนับได้ว่าการสร้างกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อให้คนไทยตื่นตัวที่จะออกมาท่องเที่ยวกันมากขึ้น
ด้าน นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ททท.ได้จัดทำหนังสือเพื่อเป็นคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะใช้ในการเดินทางพร้อมรายละเอียดของเส้นทางเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นคู่มือแนะนำในการเลือกเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย และได้ยินชื่อเสียงของความงดงามอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าในแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว จุดไหนเป็นจุดที่ดีที่สุด และช่วงเวลาไหนที่เป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ เช่น ในเดือนมิถุนายนนี้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความงามของทุ่งหญ้าและธรรมชาติต้องไม่พลาดที่จะไปเที่ยวทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก ทุ่งหญ้าที่คนไทยทุกคนรู้ว่าเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาสีทองที่สวยที่สุดในโลก แต่ยังไม่มีใครทราบว่าในเดือนนี้ ทุ่งหญ้าสีทองแห่งนี้จะกลายมาเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีประดุจผืนพรมธรรมชาติ ที่แซมไปด้วยดอกกระเจียวขาวแทงชูช่อออกมาเป็นระยะๆ และทุ่งหญ้าแห่งนี้ยังเส้นทางขี่จักรยานที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดและสวยที่สุดของสถานที่แห่งนี้ คือ ช่วงเช้าตรู่ (ประมาณ 07.00 น.) คู่มือดังกล่าว ได้จัดพิมพ์จำนวน 180,000 เล่ม รับฟรีได้ที่สำนักงาน ททท.ทั่วประเทศ โดยมีผู้ร่วมสนับสนุนหลัก ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจากปิโตรเลียมไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด
และเพื่อสร้างการรับรู้ออกไปให้แพร่หลายเพิ่มมากขึ้น ททท.จึงได้จัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ อาทิ ภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์จำนวน 2 เรื่อง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร นิตยสารแจกฟรี ชื่อ "หนีกรุง" และโปสการ์ดแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละเดือน สื่อออนไลน์ ฯลฯ
ททท.คาดว่าผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการ "12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน" ในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีทั่วทุกภูมิภาค คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย 1672 หรือ http://www.tourismthailand.org/

ไม่มีความคิดเห็น: