วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

หลักทรัพย์ธนชาต มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวภายใน 6 – 12 เดือน นำหุ้นไทยไปโรดโชว์ยุโรป-อเมริกา

บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มั่นใจเศรษฐกิจโลกจะเริ่มฟื้นตัวภายใน 6 – 12 เดือน เดินหน้าร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บีเอ็นพี พาริบาส์ จัดโกลบอลโรดโชว์ “Strength in Global Adversity” โดยร่วมกันนำบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ 9 แห่งไปโรดโชว์ยังประเทศสหรัฐอเมริกาวันที่ 25-26 มิถุนายน และอังกฤษในวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเทศไทย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการลงทุนในประเทศ มั่นใจการโรดโชว์จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นที่ดีต่อนักลงทุนสถาบันต่างชาติได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้บริษัททั้ง 9 แห่ง เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร สื่อสาร และอาหาร ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่และมีศักยภาพในการเติบโต มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 40% ของมูลค่าตลาดรวม ได้แก่ บมจ. ปตท. (PTT), บมจ. ปตท.สผ. (PTTEP), บมจ. บ้านปู (BANPU), บมจ. น้ำประปาไทย (TTW), บมจ. ธนาคารกรุงเทพ (BBL), บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), บมจ. ไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF), บมจ. น้ำตาลขอนแก่น (KSL) และ บมจ. การบินไทย (THAI) โดยในงานนี้ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ร่วมเดินทางไปโปรโมทศักยภาพของตลาดหุ้นไทยด้วย
นางอัศวินี ไตลังคะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ มองว่าปี 2552 นี้ เป็นปีที่ดีมากสำหรับการลงทุน และเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนระยะยาวหลังจากดัชนีตลาดหุ้นได้ตกลงอย่างรุนแรงในปีก่อน ดังนั้นช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการไปโรดโชว์ต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเคยประสบสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้เมื่อ 10 ปีก่อนจากวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย โดยตลาดหุ้นลดลงไปต่ำสุดที่ประมาณ 200 จุดในปี 2541 ก่อนจะปรับตัวมาสูงสุดที่ประมาณ 900 จุดในปี 2550 สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ บริษัทฯ เชื่อว่าการร่วมมือระหว่างรัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกสามารถเริ่มฟื้นตัวในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ตลาดหุ้นมักจะเป็นตัวชี้วัดนำหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจเสมอ จึงมองว่าปี 2552 เป็นปีที่ดีมากสำหรับการลงทุน โดยบริษัทฯ มีความคิดเห็นว่าทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำเป็นต้องสื่อสารกับนักลงทุนต่างประเทศเกี่ยวกับประเทศไทยใน 3 ประเด็น คือ หนึ่ง ปัญหาทางการเมืองภายในประเทศได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2551 เป็นต้นมา และถึงแม้ว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองจะยังคงมีอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งปกติจากการมีรัฐบาลผสม แต่ก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจถึงกับชะงักงันรุนแรงอย่างที่ผ่านมา สอง บริษัทจดทะเบียนไทยส่วนใหญ่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ายังคงมีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในช่วงจุดต่ำสุดของวิกฤตเศรษฐกิจโลก สาม วิกฤตนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพียงแต่ส่งผลกระทบตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศพร้อมจะเติบโตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว”
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต และบีเอ็นพี พาริบาส์ ได้วางแผนร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 เพื่อจัดโรดโชว์ในครั้งนี้ ซึ่งถึงแม้สถานการณ์ทั่วโลกขณะนั้นจะไม่ดี แต่บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของศักยภาพหุ้นไทย จึงได้ร่วมมือวางแผนคู่กับตลาดหลักทรัพย์ฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ความไว้วางใจในการมอบหมายให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดโกลบอลโรดโชว์นี้ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการที่บริษัทฯ และบีเอ็นพี พาริบาส์ มีประสบการณ์และความชำนาญในการนำบริษัทชั้นนำกว่า 20 บริษัท ไปโรดโชว์ยังต่างประเทศเป็นประจำสม่ำเสมอทุกปี ปีละ 8-10 ครั้ง จนได้รับความเชื่อถือจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ
นางอัศวินี กล่าวอีกว่า การที่ธนชาต บีเอ็นพี พาริบาส์ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำบริษัทชั้นนำทั้ง 9 บริษัทไปโรดโชว์ที่ต่างประเทศในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือเพื่อเป็นการกระตุ้นการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากทวีปยุโรปและอเมริกาเป็นตลาดที่ใหญ่ เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันต่างชาติได้รับข้อมูลโดยตรง ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นที่ดีต่อนักลงทุนสถาบันต่างชาติได้เป็นอย่างดี

ไม่มีความคิดเห็น: