วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

“สสปน.” ผนึกกำลัง “จุฬา” เสริมทัพความเป็นเลิศด้านวิชาการต่อยอดเพิ่มจำนวนงานประชุมนานาชาติ

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บูรณาการความร่วมมือ สร้างจุดแข็งเพิ่มศักยภาพการประมูลสิทธิ์ดึงงานประชุมนานาชาติสู่ประเทศ ปูพรมแผนดำเนินงานผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านวิชาการและการจัดประชุมนานาชาติในระดับภูมิภาค
หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ในโอกาสที่ สสปน. ได้บรรลุข้อตกลงในการร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติในครั้งนี้มีแนวทางและการดำเนินงานที่สอดคล้องกับพันธกิจของ สสปน.ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมนานาชาติในระดับภูมิภาค โดยในปีนี้ สสปน. มีการจัดประชุมนานาชาติที่ให้การสนับสนุนทั้งสิ้นเป็นจำนวนกว่าร้อยงาน ซึ่งแม้ในสภาวการณ์ปัจจุบันจากทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลก และโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่อาจมีผลกระทบต่อจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติที่ลดลงตามกระแสโลก แต่ในส่วนของการประมูลสิทธิ์งานประชุมนานาชาติ ประเทศไทยยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจากการประมูลสิทธิ์ที่ประกาศผลในปีนี้จำนวน 20 งาน เราได้ชนะสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานมาถึง 18 งาน”
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นโดยมีพันธกิจในการสร้างแหล่งองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ ผ่านการให้บริการวิชาการ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานวิจัย การฝึกอบรม ตลอดจนพัฒนางานวิจัยและจัดประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งที่ผ่านมาจุฬาลงกรณ์ได้จัดงานประชุมวิชาการในระดับภูมิภาคและนานาชาติเพิ่มมากขึ้นในทุกปี ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญจากแผนการดำเนินงานจุฬาลงกรณ์ในความพยายามผลักดันและส่งเสริมด้านวิชาการให้แก่คณาจารย์และนักวิชาการในมหาวิทยาลัย”
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานเพื่อร่วมกันส่งเสริม กระตุ้นและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศด้านวิชาการและการจัดการประชุมนานาชาติ โดยการมุ่งเน้นการเพิ่มปริมาณงานประชุมนานาชาติผ่านการประมูลสิทธิ์เสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ภิรมย์ กล่าวต่อไปว่า “สำหรับแนวทางความร่วมมือภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้นการผนวกรวมความแข็งแกร่งของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งด้านวิชาการ วิทยาการจากคณะการศึกษาต่างๆ ภายในจุฬาฯ และองค์ความรู้ด้านการประมูลสิทธิ์และการเป็นเจ้าภาพการจัดงานประชุมนานาชาติ ของ สสปน. เพื่อร่วมกันสร้างจุดแข็งให้ประเทศไทยสามารถชนะสิทธิ์และดึงงานประชุมนานาชาติทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกให้เข้ามาจัดในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้น โดยจากความร่วมมือกันของทั้งสององค์กร คาดว่าจะเข้าร่วมประมูลสิทธิ์เสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยตั้งเป้าหมายไว้ปีละ 4 งาน ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่ 300-1,000 คนต่องาน”
“ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไมซ์สร้างมูลค่าและเงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยได้เป็นจำนวนมหาศาล และสสปน.มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้จะสามารถเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลักดันให้อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยเติบโตได้ตามเป้า อันจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้กว่า 41,000 ล้านบาท และคาดว่าเป็นส่วนช่วยให้การจัดงานประชุมนานาชาติมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% ในปีถัดไป ตามที่ได้วางเป้าหมายไว้” ประธานกรรมการ สสปน. กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น: