วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สวก. โชว์ผลวิจัยล่าสุดโรงผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ป้อนเกษตรกรยุคใหม่ ยกระดับการแข่งขันสู่สากล

พิธีลงนามสัญญาฯให้ใช้สิทธิโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและความงามจากมังคุด

พิธีลงนามสัญญาฯให้ใช้สิทธิโครงการพัฒนาผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเชิงธุรกิจ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โชว์ผลงานการออกแบบโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแนวใหม่ ป้อนภาคเกษตร หวังลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย ยกระดับการแข่งขันสู่ตลาดโลก
ดร.นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เปิดเผยหลังจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน)และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ เพื่อนำไปถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและเกษตรกรไทยทั่วประเทศว่า โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพดังกล่าว เป็นการพัฒนางานวิจัยกระบวนการผลิตปุ๋ย โดยออกแบบการใช้วัสดุอุปกรณ์ให้มีความทันสมัยและปลอดภัยด้วยระบบอัตโนมัติ อาทิ ใบพลิกกลับกองปุ๋ย ระบบเครน และระบบการทำงานที่มีมาตรฐานทำให้สามารถผลิตปุ๋ยได้มากกว่า 1200 ตันต่อปี และลดระยะเวลาการหมักได้มากกว่ากระบวนการทั่วไป 3-4 เท่า ร่วมกับการใช้ร่วมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผ่านการคัดเลือกคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมต่อกระบวนการผลิตโดยใช้โรงงานผลิตปุ๋ย
“ที่ผ่านมาเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมีที่อยู่ในระดับสูง ในปี 2546- 2547 ประเทศไทยมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีมากถึง 3.94 ล้านตัน มูลค่า 34,006 ล้านบาท (ส่วนหนึ่งเป็นปุ๋ยยูเรีย 1.7 ล้านตัน มูลค่า 14,061 ล้านบาท) และช่วงปี 2551 ที่ผ่านมาทำให้มูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีอาจมีค่าเป็น 2 เท่า จากปัญหาดังกล่าว ปี 2549 รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบในการดำเนินโครงการ ”หนึ่งอำเภอหนึ่งโรงปุ๋ย” กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 800 อำเภอ แต่ยังขาดวิทยาการด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลผลิตที่ได้อาจไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นการลดต้นทุนการผลิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากเกษตรกรไทยสามารถลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของวัตถุดิบทางการเกษตร และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพแทน ก็จะทำให้ภาคเกษตรและเกษตรกรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้” ดร.นภาวรรณ กล่าว
ความสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาดังกล่าวได้ถ่ายทอดสู่มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นหน่วยงานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ชุมชนและสังคมการเกษตรของประเทศไทยได้อย่างกว้างขวาง โดยสวก. และ มทส. มุ่งหวังการดำเนินงานแบบร่วมแสวงหาหน่วยงานระดับชุมชนให้เข้ามารับถ่ายทอดเทคโนโลยีและนำไปสู่การผลิตใช้เองเพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ด้านศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า งานวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบการวิจัยให้สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง การขออนุญาตใช้สิทธิตามสิทธิบัตร จาก สวก. ครั้งนี้ จะทำให้ มทส. เป็นต้นแบบและเป็นศูนย์กลางการพัฒนางานวิจัยด้านการพัฒนาปัจจัยภาคการผลิตการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการรับรองจากผลการวิจัยของบุคลากรคุณภาพของมหาวิทยาลัย นำไปสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้และเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการอย่างดีเยี่ยม โครงการวิจัยที่ สวก.ให้การสนับสนุนถือเป็นโครงการวิจัยที่มีประโยชน์และสร้างแนวทางใหม่สู่การผลิตภาคการเกษตรที่ดีต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: