วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฟูจิตสึโชว์รายได้ปี 51 กว่า 2,460 ล้าน เพิ่มศักยภาพปี 52 ด้วย “Transformation”

ฟูจิตสึโชว์ผลการดำเนินการปี 2551 โกยยอดรายได้กว่า 2,460 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 10.4% พร้อมประกาศเดินหน้าผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง วางแนวทางธุรกิจปี 2552 ภายใต้ธีม “Transformation” สร้างบิสซิเนสโซลูชั่นรูปแบบใหม่เพิ่มความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และบริการของฟูจิตสึแนบชิดลูกค้าในลักษณะพาร์ตเนอร์ชิป มั่นใจตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นและประหยัดคุ้มค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นายทาคาฟูมิ มิคูนิ ประธาน บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็มส์ บีสซิเนส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2551 (1 เมษายน 2551ถึง 31 มีนาคม 2552) ของฟูจิตสึทั่วโลกมียอดรายได้ถึง 51,634 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับผลการดำเนินงานในประเทศไทยนั้น ฟูจิตสึ ประเทศไทยมีรายได้รวมกว่า 2,460 ล้านบาท เติบโตเกินจากเป้าหมายที่วางไว้ถึง 6.9% หรือเพิ่มขึ้นถึง 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้รายได้หลักส่วนใหญ่ยังมาจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น 75.2% ส่วนรายได้จากบริษัทท้องถิ่นและหน่วยงานราชการในประเทศไทยอยู่ที่ 24.8% ซึ่งถือเป็นตัวเลขการเติบโตขึ้นของฟูจิตสึที่สามารถขยายตลาดไปสู่บริษัทและหน่วยงานราชการของไทยมากยิ่งขึ้น
สำหรับแนวทางและทิศทางการดำเนินธุรกิจของฟูจิตสึในปี 2552 จะอยู่ภายใต้ธีม “Transformation-New Business Solutions from Fujitsu for Trusted and Valued Partnerships with Customers” หรือการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง Business Solution รูปแบบใหม่จากฟูจิตสึที่จะสร้างความไว้วางใจและความเป็นพาร์ตเนอร์ที่ใกล้ชิดกับลูกค้ายิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นธีมที่ฟูจิตสึทั่วโลกใช้ในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ภายใต้ธีม “Transformation” ฟูจิตสึให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การเข้าใจในตัวธุรกิจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้ลูกค้าดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นและประหยัดค่าใช้จ่าย 2.การนำจุดแข็งของฟูจิตสึที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก และมีต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกให้สามารถมาปรับใช้กับลูกค้าของฟูจิตสึในแต่ละประเทศ และ 3.การให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม
ในการดำเนินตามกลยุทธ์ธุรกิจภายใต้ธีม “Transformation” นี้ ทางฟูจิตสึได้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ความร่วมมือระหว่างฟูจิตสึในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียว จากอดีตที่แต่ละประเทศร่วมกันทำงานอย่างหลวมๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดโครงสร้างธุรกิจด้วยการแบ่งสายธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น
“ฟูจิตสึได้ปฏิรูปองค์กรให้กลายเป็นฟูจิตสึหนึ่งเดียวกันทั่วโลก เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าทั่วโลกได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นฟูจิตสึยังอาศัยความเป็น Global Company ที่มีสาขาอยู่ในประเทศต่างๆ นำมุมมองประสบการณ์เพื่อมาร่วมแบ่งปันในระดับท้องถิ่นด้วยคนของฟูจิตสึในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตทางธุรกิจของฟูจิตสึด้วย” นายทาคาฟูมิ มิคูนิ กล่าว
นายทาคาฟูมิ มิคูนิ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของฟูจิตสึว่าทุกวันนี้ Local Marketing มีการเปลี่ยนแปลง และมีความต้องการที่แตกต่างไปในแต่ละประเทศ โดยลูกค้าต้องการโซลูชั่นแบบ end-to-end และการบริการที่ต่างไปจากในอดีตที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันกันมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในระดับ Local ให้ได้มากที่สุด
ที่ผ่านมาฟูจิตสึ ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจบนวิชั่นของการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้ามาโดยตลอด ซึ่งสอดคล้องกับธีม “Transformation” โดยทางฟูจิตสึประเทศไทยต้องการเป็นคู่ค้าที่ลูกค้าไว้วางใจได้ ที่จะให้ดูแลงานไอทีด้วยการนำผลิตภัณฑ์และบริการของฟูจิตสึไปช่วยสร้างผลกำไรและการเติบโตให้กับธุรกิจ
นายทาคาฟูมิ มิคูนิ กล่าวว่าเพื่อเป็นการตอกย้ำแนวทางการดำเนินธุรกิจของฟูจิตสึประเทศไทยให้แข็งแกร่งกว่าในอดีตที่ผ่านมา ทางฟูจิตสึได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานในส่วนของธุรกิจบริการ โดยการรวมทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานบริการมาอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารงานใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อธุรกิจของฟูจิตสึ เนื่องจากตลาดบริการด้านไอทีในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตและมูลค่าตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งภายใต้โครงสร้างการบริหารงานบริการใหม่ของฟูจิตสึ น่าจะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากขึ้น
“ฟูจิตสึมีเป้าหมายเน้นการสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเน้นโฟกัสบริการ System Integration ให้แข็งแกร่งมากขึ้น และการขยายธุรกิจของฟูจิตสึประเทศไทยไปยังส่วนอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างตลาดให้กับฟูจิตสึในอนาคต” นายทาคาฟูมิ มิคูนิ กล่าวในท้ายที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น: