วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไทย-จีน ลงนาม MOU พัฒนาบุคลากรด้านพลังงานนิวเคลียร์

นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อผลักดันการพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพลังงานนิวเคลียร์ ระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.) บริษัท ไชน่า กวางตง นิวเคลียร์ พาวเวอร์ กรุ๊ป (CGNPC) และบริษัท ซีแอลพี กรุ๊ป โดยมีนายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน และในฐานะผู้อำนวยการสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน เข้าร่วม เมื่อเร็วๆ นี้
พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเซ็น MOU ร่วมกันระหว่าง กฟผ., CGNPC และ CLP เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรด้านพลังงานนิวเคลียร์ รวมทั้งจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล และการสร้างความเข้าใจด้านการก่อสร้างโรงฟ้านิวเคลียร์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เทคนิค วิศวกรและผู้บริหาร นับเป็นก้าวแรก และก้าวสำคัญของประเทศไทย ในการเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทยให้มีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเป็นกำลังหลักในการเตรียมความพร้อมเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมั่นใจว่าการแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ให้แก่บุคลากรไทย ซึ่งจะครอบคลุมถึงเรื่องอุตสาหกรรม กฎหมาย งบประมาณ และทรัพยากรอื่นๆ ด้านพลังงานนิวเคลียร์ดังกล่าวจะมีส่วนทำให้การเตรียมความพร้อมด้านนโยบายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งได้ระบุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP แต่อย่างไรก็ตาม แม้พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นทางเลือกที่ดี แต่การตัดสินใจก็ต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญหลายด้าน เช่น การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตลอดจนกระบวนการการมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาและวางแผนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
สมบัติ ศานติจารี ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อให้เป็นทางเลือกด้านพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และมีต้นทุนต่ำ สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และบุคลากรระหว่าง กฟผ. และ CGNPC ดังกล่าว ทาง กฟผ. ได้จัดส่งพนักงานในระดับผู้บริหารไปศึกษา ดูงานแล้ว จำนวนสองรุ่นๆละ 40 คน ไปแล้ว และหลังจากการเซ็นสัญญาจะมีการจัดส่งเจ้าเจ้าหน้าที่เทคนิค และวิศวกรเข้าไปศึกษาดูงานต่อไป มั่นใจว่าจะทำให้บุคลากรของ กฟผ. มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นทั้งในด้านพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า และประสบความสำเร็จในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะหากประเทศไทยตัดสินใจที่จะนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ในอนาคต
เชียนจือหมิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท ไชน่า กว่างตง นิวเคลียร์ พาวเวอร์ กรุ๊ป (CGNPC) กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน และเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากทุกคน พลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยปัจจุบันมี 28 ประเทศทั่วโลกที่มีแผนในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ และอีก 23 ประเทศกำลังมีแผนในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งไทยนับเป็นหนึ่งในนั้นด้วย สำหรับ CGNPC เป็นองค์กรขนาดใหญ่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการและกำกับดูแลสินทรัพย์ของรัฐบาล( SASAC) มีประสบการณ์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์มกว่า 30 ปี การลงนามในครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานงานนิวเคลียร์ของประเทศไทยในอนาคต

ไม่มีความคิดเห็น: