วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เพอร์เฟค จับมือ 10 พันธมิตรธุรกิจ จัดทำ Perfect Card มอบสิทธิประโยชน์สูงสุดให้สมาชิกผู้ซื้อบ้าน

เพอร์เฟค จับมือ ธนาคารชั้นนำ ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ และ กลุ่มบริการ ร่วมมือจัดทำบัตร “Perfect Card” มอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัครสมาชิก และเพิ่มมากขึ้นเมื่อซื้อบ้านในโครงการ พร้อมเผยแผนเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยเป้าขาย 12,000 ล้าน รุกเปิดโครงการเพิ่มอีก 14 โครงการ พร้อมลุยโครงการต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก
บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ได้แถลงถึงความร่วมมือกับ 10 พันธมิตรธุรกิจ ในการจัดทำบัตรเอกสิทธิ์ Perfect Card โดยมี นายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) นายไพรัตน์ เสนาจักร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ดร.อนุชิต อนุชิตานุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารผลิตภัณฑ์ และการตลาด ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นายชัยนันท์ ลภิธนานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) นายธาดา จารุกิจไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านบริหารช่องทางการขายและเครือข่าย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) นายปรัชญา ไทยกล้า ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิเคราะห์และพัฒนาธุรกิจสินเชื่อลูกค้าบุคคล ธนาคารออมสิน นายปรีดา กลิ่นเทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมมาร์ทโฮมโซลูชั่น จำกัด เครือ SCG Mr.Toshiharu Hatakeda กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซีคอม พิทักษ์กิจ จำกัด นายณัตินัยน์ ยุทธพัฒน์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด นายนิธิ ภูมิผล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด นายวิชัย สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ ผู้จัดการสายขายงานโครงการ Home Furniture บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงถึงความร่วมมือในครั้งนี้
นายชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2553 บริษัทวางเป้าขายไว้ที่ 12,000 ล้าน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดพรีเซลส์ 7,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นการเติบโตก้าวกระโดด โดยมีแผนการเปิดโครงการเพิ่มขึ้นในปีนี้อีก 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 17,000 ล้าน เมื่อรวมกับโครงการเดิมที่ดำเนินการอยู่ 15 โครงการ จะมีโครงการรวมทั้งหมด 29 โครงการ
“สัดส่วนในการขยายโครงการของบริษัท จะเป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ 60% และเป็นคอนโดมิเนียม 40% ซึ่งก็สอดคล้องกับภาพรวมของตลาด โดยหากพิจารณาจากจำนวนที่อยู่อาศัยจดทะเบียน จะเห็นว่าบ้านเดี่ยวมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 46,643 หน่วย ในปี 2548 เหลือประมาณ 30,000 หน่วย ในปี 2552 ในขณะที่ทาวน์เฮ้าส์ยังมีอัตราการเติบโตสม่ำเสมอ ส่วนคอนโดมิเนียม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนของผู้บริโภคที่หันมาซื้อคอนโดกันมากขึ้น จาก 9,229 หน่วยในปี 2548 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 45,000 หน่วยในปี 2552”
สำหรับโครงการใหม่ในปีนี้ จะเป็น บ้านเดี่ยว 4 โครงการ ได้แก่ เพอร์เฟค เพลส รามคำแหง/แจ้งวัฒนะ/รังสิต และ เพอร์เฟค พาร์ค บางบัวทอง ทาวน์เฮ้าส์ 5 โครงการ จะเปิดตัวในไตรมาส 2 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ วิลล่า รามคำแหง/บางบัวทอง/รามอินทรา ซึ่งเป็นการเพิ่มสัดส่วนของสินค้าในระดับ 2 ล้าน และมีการ re-positioning แบรนด์ เดอะ วิลล่า ให้มีความทันสมัยมากขึ้น สำหรับ คอนโดมิเนียม 5 โครงการ ประกอบด้วย เมโทร สกาย สุขุมวิท และ เปิด เมโทร พาร์ค เพิ่มอีก 1 โครงการ นอกจากนี้ ยังมีคอนโด แบรนด์ใหม่ ในชื่อ Uniloft เพิ่มขึ้นอีก 3 โครงการ โดยจะเปิดตัวโครงการแรกที่ จังหวัดเชียงใหม่
“บริษัทมีแผนขยายโครงการสู่จังหวัดที่มีศักยภาพสูง ถือเป็นการรุกตลาดต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีแผนการขยายตลาดไปยังเชียงใหม่ นครราชสีมา ชลบุรี และ ภูเก็ต โดยจะเริ่มต้นที่เชียงใหม่ ในไตรมาส 2 ด้วยโครงการ “Uniloft” คอนโดมิเนียม 8 ชั้น บนเนื้อที่ 8 ไร่ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา รวมถึงผู้ที่ต้องการลงทุนให้เช่า ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่ทำสินค้าในตลาดนี้ ซึ่งนอกจากเป็นการจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ยังถือเป็นการยกระดับหอพักนักศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยเราคาดหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพความเป็นอยู่ของนักศึกษาให้ดีขึ้นทางหนึ่งด้วย”
ในส่วนของนโยบายทางด้านการเงิน ในปีนี้ บริษัทยังเน้นการรักษาวินัยทางการเงิน ให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า และสำรองสภาพคล่องเงินสดประมาณ 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ บริษัทยังเตรียมออกหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นทุนในการขยายโครงการด้วย
สำหรับแผนการตลาดในไตรมาสแรกนั้น นายไพรัตน์ เสนาจักร์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับความร่วมมือจากกลุ่มพันธมิตรธุรกิจชั้นนำถึง 10 แห่ง ในการออกบัตรเอกสิทธิ์ Perfect Card ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำแนวคิด Happy Living ด้วยการสร้างความสุขให้กับลูกค้าตั้งแต่แวะชมโครงการ โดยลูกค้าเพียงเข้ามาที่โครงการและสมัครสมาชิก Perfect Card ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทันที และยังจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อตัดสินใจซื้อบ้าน
สำหรับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำ 10 แห่ง ประกอบด้วย สถาบันการเงิน 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารนครหลวงไทย และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ซึ่งมอบสิทธิพิเศษในการกู้เต็ม 100% พร้อมสิทธิพิเศษทางการเงินอื่นๆ นอกจากนี้ เอไอเอส ผู้นำในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทย ยังร่วมมอบ Perfect Family SIM ซิมการ์ดที่ให้ลูกค้าโทรหากันในครอบครัวได้ฟรี และสิทธิพิเศษจาก Serenade Gold อีกมากมาย ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ ได้รับความร่วมมือจาก 3 แบรนด์ดัง ทั้ง โมเดอร์นฟอร์ม อินเด็กซ์ และ เอสบี เฟอร์นิเจอร์ มอบส่วนลดพิเศษให้กับสมาชิกที่ซื้อบ้าน พร้อมบริการให้คำปรึกษาออกแบบตกแต่งบ้านฟรี นอกจากนี้ ยังมีส่วนลดพิเศษจาก Home Renovation Center ในเครือซิเมนต์ไทย เมื่อใช้บริการตรวจสภาพ แต่งเติม และ ซ่อมบำรุงบ้าน รวมทั้งยังได้รับส่วนลดสำหรับค่าบริการรักษาความปลอดภัยในตัวบ้านรายเดือนจาก ซีคอม บริษัทด้านการดูแลความปลอดภัยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น
ในส่วน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ยังมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่สมัครสมาชิกบัตร Perfect Card ให้สามารถใช้บริการคลับเฮ้าส์ได้ฟรีทันที และเมื่อซื้อบ้าน ก็จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากโปรโมชั่นปกติ ทั้งส่วนลดเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท ส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่ม 0.25% ฟรี!เบี้ยประกันอัคคีภัยนาน 10 ปี สมาชิกสโมสรเพิ่มอีก 3 เดือน และ ได้รับคะแนน PF Club สะสมไว้เพื่อใช้แลกเป็นของต่างๆ ได้อีกด้วย
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จับมือ ธนาคารชั้นนำ ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์ และ กลุ่มบริการ ร่วมมือจัดทำบัตร “Perfect Card” มอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้สมัครสมาชิก และเพิ่มมากขึ้นเมื่อซื้อบ้านในโครงการ พร้อมเผยแผนเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยเป้าขาย 12,000 ล้าน รุกเปิดโครงการเพิ่มอีก 14 โครงการ พร้อมลุยโครงการต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก

ไม่มีความคิดเห็น: