วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปี 2552 ซีพีเอฟกำไร 10,190 ล้านบาท เพิ่ม 226% มองปี 2553 ดีต่อเนื่อง

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ชูปรับโครงสร้างธุรกิจและและบริหารจัดการต้นทุนดันกำไรปี 2552 ทะลุหมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 226% ย้ำยังเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศ ประกาศลงทุนเพิ่มอีก 2 ประเทศ ในเคนย่าและแทนซาเนีย สำหรับประเทศไทยรุกขยายธุรกิจการจัดจำหน่าย มั่นใจไก่ย่างห้าดาวและซีพีเฟรชมาร์ทเติบโตตามเป้าหมาย ปี 2553 ยังมีแนวโน้มแจ่มใส คาดทำกำไรเติบโตต่อเนื่องได้
ซีพีเอฟชี้แจงปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของปี 2552 จำนวน 10,190 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 226% จากปีที่ผ่านมานั้น มีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจในประเทศและธุรกิจของบริษัทย่อยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศตุรกี ประกอบกับการขยายการขายสินค้าหมวดอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้าซีพีไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้นจากผลการดำเนินงาน 6 เดือนหลัง รวมทั้งปีจ่าย 0.73 บาทต่อหุ้น (เงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก จำนวน 0.23 บาทต่อหุ้น ได้จ่ายไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2552)
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร ได้กล่าวถึงกลยุทธ์หลักของซีพีเอฟว่า “บริษัทยังคงมีเป้าหมายที่จะสร้างเสถียรภาพในการเติบโตของบริษัทให้มีความมั่นคงและสามารถเติบโตและยั่งยืน เพื่อที่จะให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจและได้รับเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปี จึงให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจที่มีความมั่นคงในการสร้างกำไร ซึ่งได้แก่อาหารพร้อมรับประทานภายใต้ตราซีพี พร้อมไปกับการขยายตลาดและช่องทางจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนขยายการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง”
นายอดิเรกกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและภาวะการแข่งขันปัจจุบันที่รุนแรงขึ้นทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก ภาวะอากาศแปรปรวนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ซีพีเอฟจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งเรื่องระบบงานการบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรม การจัดทำการสำรวจและประเมินตลาด (Market Survey) และในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงต่างๆ ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและด้านการเงิน เพื่อที่บริษัทจะได้มีความพร้อมทั้งในเชิงรุกและรับในการแข่งขันทางการค้า
สำหรับในปี 2553 บริษัทยังคงมองการดำเนินงานมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเฉพาะกิจการในต่างประเทศ และธุรกิจกุ้งที่ประเทศไทยรับผลดีจากผลผลิตของคู่แข่งในตลาดโลกที่ลดลง การดำเนินธุรกิจยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวังในเรื่องการลงทุน และให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารต้นทุน เน้นการขยายธุรกิจอาหารภายใต้ตราซีพีและช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศไทย โดยเฉพาะกิจการไก่ย่างห้าดาวและซีพีเฟรชมาร์ท ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก
ด้านการลงทุนในต่างประเทศ ประกาศจัดตั้งบริษัทในประเทศเคนย่าและแทนซาเนีย เพื่อศึกษาโอกาสในการลงทุนดำเนินธุรกิจอาหารสัตว์และการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้มีศักยภาพสูงในการขยายตัวของการเลี้ยงสัตว์ เพราะราคาเนื้อสัตว์ในประเทศมีราคาที่สูงมาก ทั้งยังเป็นประเทศท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่อปีเป็นจำนวนมาก บริษัทเชื่อมั่นว่า กิจการในต่างประเทศนี้จะเป็นปัจจัยหลักในการเติบโตของบริษัทในอนาคต
ซีพีเอฟรายงานผลการดำเนินงานปี 2552 ด้วยยอดขายจำนวน 165,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2551 กำไรสุทธิจำนวน 10,190 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.52 บาท ประกาศเสนอจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนหลังในวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 จำนวน 0.50 บาทต่อหุ้น (XD วันที่ 29 เม.ย. 2553) ในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2553 วันที่ 21 เมษายน 2553 เวลา 14.00 น. (XM วันที่ 17 มี.ค. 2553)

ไม่มีความคิดเห็น: