วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

“มีเดีย” จับมือ “คุณสมชาย” ร่วมลงทุนใน “มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย)” ปักธงบุกตลาดเครื่องปรับอากาศไทย

นายสมชาย พิศิษฐ์จริง ประธาน บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย)จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใต้ชื่อยี่ห้อ “มีเดีย (Midea)” เปิดเผยว่า “บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง จำกัด” ผู้ผลิตและผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากประเทศจีน ได้ร่วมลงทุนใน “บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด” ด้วยทุนจดทะเบียน 51 ล้านบาท ถือหุ้นร่วมกันในสัดส่วน ดังนี้ คุณสมชาย พิศิษฐ์จริง ถือหุ้น 51% และ บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 49% เพื่อเป็นบริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็นของ “มีเดีย (Midea)” ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในการทำตลาดเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็นในประเทศไทย และเป็นการขยายสาขาของ “มีเดีย (Midea)” ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทฯ จึงปักธงการลงทุนในประเทศไทย โดยการทำธุรกิจร่วมกันนี้ บริษัทมีเดียฯ จะให้การสนับสนุนเรื่องแผนและงบประมาณการทำตลาด การส่งเสริมการขาย การโฆษณา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้าและผู้ใช้สินค้าในประเทศไทย ในด้านความมั่นคงอะไหล่สินค้า เนื่องจากโรงงานผู้ผลิตได้เข้าร่วมการลงทุนดังกล่าว
บริษัท มีเดียฯ มีศักยภาพในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้าและตู้เย็น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ที่มียอดการผลิตและมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศจีน มีมาตรฐานรับรองถึง 22 มาตรฐานทั่วโลก อาทิ เครื่องหมายมาตรฐาน CE จากยุโรป และเครื่องหมายมาตรฐาน UL จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายสาขากระจายอยู่ทั่วโลก อาทิ อเมริกา แคนาดา เยอรมัน อิตาลี บราซิล มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท มีเดียฯ ได้เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551 สามารถทำยอดจำหน่ายในปีที่ 2 มากกว่า 20,000 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งนับว่าทำยอดขายถึงเป้าได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ ทำให้บริษัท มีเดียฯ มั่นใจในศักยภาพของบริษัทฯ ว่า สามารถปักธงการลงทุนในประเทศไทยได้ จึงได้ร่วมลงทุนใน บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภคสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับคนไทย
นายสมชาย พิศิษฐ์จริง กล่าวถึงแผนการทำตลาดในปี 2553 ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายไว้ที่ 30,000 เครื่อง มีมูลค่าประมาณ 360 ล้านบาท คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ ของส่วนแบ่งทางการตลาดเครื่องปรับอากาศรวมในไทย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 600,000 เครื่อง โดยบริษัทฯ มีแผนการที่จะนำเข้าเครื่องปรับอากาศรุ่นอินเวสเตอร์ และประเภทอื่นๆ ได้แก่ “แบบคาสเซ็ต ฝังเพดาน” (Cassette type) “แบบแขวนใต้ฝา” (Ceiling Type) “แบบคอยล์เปลือยฝังในฝ้า” (Conceiled type) นอกจากนี้ “มีเดีย (Midea)” ยังมีระบบชิลเลอร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ถึง 1,000 ตัน รวมทั้งระบบ MDV (1 คอนเดซิ่ง สามารถใช้งานได้สิบๆ แฟนคอยล์ล) ซึ่งสรุปได้ว่าทางบริษัทฯ จะนำเครื่องปรับอากาศเข้ามาจำหน่ายครบทุกระบบที่มีจำหน่ายทั่วโลก และโรงงาน “มีเดีย (Midea)” ก็มีศักยภาพในการผลิตเครื่องปรับอากาศ 1 ชุดในเวลา 29 วินาที ในส่วนของคู่แข่งทางการตลาด บริษัทฯ ไม่ได้มองว่ามีใครเป็นคู่แข่ง เพราะถือว่าทุกคนเป็นพันธมิตร และถือว่าเราเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เป็นปกติ เนื่องจากคุณสมบัติที่ดีของสินค้าเรา มีความทนทาน ประหยัดไฟ ราคาย่อมเยาว์ และมีความหลากหลายสามารถรองรับได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มที่มีรายได้น้อยไปจนถึงกลุ่มที่มีรายได้มาก ก็สามารถใช้เครื่องปรับอากาศ “มีเดีย (Midea)” ได้ทั้งนั้น ซึ่งนอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว ทางบริษัทฯ ยังมีแผนการที่จะนำเครื่องซักผ้า และตู้เย็น เข้ามาทำการตลาดในปีนี้ด้วย และในภาพรวมทั่วโลก “มีเดีย (Midea)” ตั้งเป้าจะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลก ด้วยยอดรายได้ถึง 460,000 ล้านบาท ในปี 2553
มีเดีย (Midea)” เริ่มผลิตเครื่องปรับอากาศครั้งแรกในปี 2528 ในระยะแรกเป็นการรับจ้างผลิต ในรูปแบบของ OEM เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ และเมื่อปี 2542 ได้เริ่มสร้างแบรนด์ของตนเองจนเป็นที่ โด่งดังในประเทศจีน โดยใช้รูปแบบการทำธุรกิจผ่านดิสทริบิวเตอร์มาโดยตลอด “มีเดีย (Midea)” จะเน้นการผลิต ส่วนดิสทริบิวเตอร์ จะเป็นผู้ดำเนินการขายเป็นหลัก ซึ่งใช้เวลาสั้นๆ เพียง 8 ปี เริ่มจากยอดขาย จากโรงงาน 1 ล้านชุดต่อปี เพิ่มไปถึง 20 ล้านชุดต่อปีทั่วโลก
ผลิตภัณฑ์หลักๆ ของ “มีเดีย (Midea)” ประกอบไปด้วยเครื่องปรับอากาศตามบ้าน เครื่องปรับอากาศแบบ commercial หรือเครื่องปรับอากาศส่วนกลางขนาดใหญ่ พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ตู้เย็น เตาอบ ไมโครเวฟ เครื่องจ่ายน้ำร้อน-น้ำเย็นอัตโนมัติ เครื่องซักผ้า เครื่องไฟฟ้าให้ความอบอุ่น เครื่องล้างจาน เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องฆ่าเชื้อ เครื่องเช็ดจาน เตาอบไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านเรือนขนาดย่อมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์พวกคอมเพรสเซอร์ มอเตอร์ไฟฟ้า หลอดสุญญากาศไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และสายไฟเคลือบ เป็นต้น

บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง จำกัด
(Midea Electric Trading Co., Ltd.)

บริษัท มีเดีย อีเล็คทริค เทรดดิ้ง “Midea Electric Trading” เริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2511 ปัจจุบัน “มีเดีย (Midea)” เป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งเน้นทางด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ลอจิสติกส์ การเงิน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ของทางหลวงสาธารณะ ด้วยเหตุนี้ “มีเดีย (Midea)” จึงเป็นแหล่งผลิตเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนและมีการส่งออกมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเริ่มก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2523 และเริ่มใช้แบรนด์ “มีเดีย (Midea)” เมื่อปี 2524 และในปี 2544 “มีเดีย (Midea)” กลายเป็นธุรกิจของเอกชน
ในปี 2547 ได้เริ่มขยายตลาด ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มบริษัท มีเดีย (Midea)ฯ มีพนักงานจำนวนกว่า 100,000 คน และถือกรรมสิทธิ์บริษัทชื่อดังต่าง ๆ กว่า 10 บริษัท ยังมีฐานการผลิตที่สำคัญอีก 10 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ในมณฑลกวางโจว จงซาน อู่หู อู่ฮั่น หวายอาน คุนหมิง ฉางซา เหอเฝย ฉงชิ่ง และซูโจว เป็นต้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,000,000 ตารางเมตร โดยมีเครือข่ายทางการตลาดกระจายอยู่ทั่วเมืองจีน ขณะเดียวกัน ก็ได้ก่อตั้งสาขาในอเมริกา แคนาดา เยอรมัน อิตาลี บราซิล มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม เป็นต้น
ปัจจุบัน “มีเดีย (Midea)” มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางด้านเครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็ก ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด ผลิตภัณฑ์หลักๆ ประกอบไปด้วยเครื่องปรับ อากาศตามบ้าน เครื่องปรับอากาศแบบคอมเมอร์เชียล (commercial) หรือเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง ขนาดใหญ่ พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ เครื่องจ่ายน้ำร้อนน้ำเย็นอัตโนมัติ เครื่องซักผ้า เครื่องไฟฟ้าให้ความอุ่น เครื่องล้างจาน เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องฆ่าเชื้อ เครื่องเช็ดจาน เตาอบไฟฟ้า และอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านเรือนขนาดย่อมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์พวกคอมเพรสเซอร์ มอเตอร์ไฟฟ้า หลอดสุญญากาศไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และสายไฟเคลือบ เป็นต้น
ในขณะที่ “มีเดีย (Midea)” ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็ได้ทำคุณประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจแก่สังคมเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ปี 2533 ได้จ่ายภาษีทั้งหมดกว่า 851 ล้านดอลล่าห์ และยังบริจาคเงินกว่า 2 ล้านดอลล่าห์ แก่สังคมและการศึกษา และได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงตลอดเวลา ในปี 2523 อัตราการเจริญเติบโต ได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 60% และ 50% ในปี 2533 และในศตวรรธใหม่นี้ก็ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตรา 30% ต่อปี ในปี 2548 “มีเดีย (Midea)” มีรายได้เพิ่มขึ้น 40% และทำลายสถิติด้วยจำนวน 669 ล้านเหรีญสหรัฐ และขณะเดียวกัน ยอดของการส่งออกก็เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 65% เมื่อเทียบกับปี 2547 เป็นจำนวนเงินถึง 1.76 พันล้านดอลล่าห์ และในการประเมินจัดอันดับ “แบรนด์ที่มีค่ามากที่สุดปี 2548 “มีเดีย (Midea)” อยู่ในอันดับที่ 7” โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 2,951 ล้านดอลล่าห์ ในปี 2547 เป็น 3,393 ล้านดอลล่าห์ ในปี 2548 สำหรับอนาคต “มีเดีย (Midea)” จะยังคงพัฒนาเติบโต และก้าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างรูปแบบทางด้านอุตสาหกรรมที่หลากหลาย การพัฒนาในขอบข่ายขนาดใหญ่ การดำเนินงานแบบมืออาชีพ การดำเนินงานแบบแบ่งเขตในระบบบริหารที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม มีรากฐานทางการเงินที่มั่นคั่ง และ มีอำนาจในการแข่งขันที่โดดเด่น พร้อมทั้งมีจุดประสงค์ที่จะทำให้เกิดมูลค่ามากที่สุด และปรับปรุงระบบการจัดการและโครงสร้างระบบองค์กรให้ดีขึ้น
ในปี 2553 “มีเดีย (Midea)” หวังที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลก สำหรับการผลิตเครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นและเครื่องไฟฟ้าในครัวเรือน ด้วยระบบการบริหารที่ได้มาตรฐาน ชัดเจน และจะสร้างประวัติศาสตร์ โดยตั้งเป้ากับธุรกิจเครื่องปรับอากาศ ว่าจะมีรายได้จากการขายถึง 14,671 ล้านดอลล่าห์ “มีเดีย (Midea)” ผลิตเครื่องปรับอากาศครั้งแรกในปี 2528 ในระยะแรกเป็นการรับจ้างผลิต ในรูปแบบของ OEM เพื่อส่งออกไปต่างประเทศก่อน และได้เริ่มสร้างแบรนด์ของตนเองจนเป็นที่โด่งดัง ในประเทศจีนเมื่อปี 2542 การขายและการดำเนินกิจการภายในประเทศจีนก็เริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งภายในเวลาอันรวดเร็ว ปัจจุบันโรงงาน “มีเดีย (Midea)” เป็นโรงงานที่สามารถผลิตและขายเครื่องปรับอากาศได้มากที่สุด โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงเป็นอันดับ 1

ผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ “มีเดีย”

1.WallType (เครื่องปรับอากาศแบบติดผนัง) เครื่องปรับอากาศแบบติดผนังเป็นเครื่องปรับอากาศที่มีรูปแบบเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อย เช่น ห้องนอน ห้องรับแขกขนาดเล็ก ข้อดีคือ รูปแบบทันสมัย และมีให้เลือกหลากหลาย เงียบ ติดตั้งง่าย โดยแบ่งตามขนาดบีทียูได้หลายขนาด ซึ่งเป็นที่นิยมในท้องตลาด ได้แก่ รุ่น 9000, 12000, 18000 และ 24000 บีทียู
1.1 Glory Glory model มีเครื่องปรับอากาศรุ่น 9000, 12000, 18000 และ 24000 บีทียู
1.2 Elite Elite model มีเครื่องปรับอากาศ 3 รุ่น คือ 9000, 12000 และ 18000 บีทียู ซึ่งได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ทั้งสามขนาด โดยเฉพาะในรุ่น 9000 และ 12000 บีทียู มีประสิทธิภาพการประหยัดไฟ EER มากกว่า 12 ซึ่งประหยัดกว่าแทบทุกยี่ห้อในท้องตลาด เป็นรุ่นที่นอกจากจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานในระดับ พื้นฐานครบครันแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษ เช่น Turbo Mode ที่สามารถเร่งอุณหภูมิห้องให้เย็นได้อย่างรวดเร็ว, ฟิลเตอร์ Ionizer ที่ช่วยสร้างความสดชื่นให้กับห้อง และหน้ากากพิเศษมีไฟ LED บอกอุณหภูมิห้องอีกด้วย

2. Portable (เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่) เป็นเครื่องปรับอากาศที่ไม่ต้องทำการติดตั้ง และสามารถเข็นไปใช้ได้ทุกพื้นที่ เพียงเสียบปลั๊กก็ใช้ได้เลย ข้อดี คือมีขนาดกะทัดรัด ไม่ต้องติดตั้ง เข็นไปได้ใช้ได้ทุกพื้นที่ ทั้งในห้อง และกลางแจ้ง
เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ Midea มีจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่
2.1 รุ่น K1 มี 12500 บีทียู เดรนน้ำทิ้ง 2.2 รุ่น M4 มีให้เลือกทั้ง 9000 และ 12000 บีทียู ไม่ต้องเดรนน้ำทิ้ง 2.3 รุ่น M5 มีให้เลือกทั้ง 9000 และ 12000 บีทียู ไม่ต้องเดรนน้ำทิ้ง ซึ่งสะดวกสบายกว่ารุ่น K1

3. Floor Standing หรือ Package (ตู้ตั้งพื้น)
เป็นเครื่องปรับอากาศ ที่มีลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูง และมีกำลังลมที่แรง เหมาะกับบริเวณที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ข้อดี คือ ติดตั้งง่าย โดยสามารถตั้งกับพื้นได้เลย ไม่ต้องทำการยึด และ ทำความเย็นได้เร็วเนื่องจากมีเส้นผ่านศูนย์กลางใบพัดลมที่ใหญ่ ซึ่งให้กำลังลมที่แรงกว่า

มีจำหน่าย 2 รุ่น ได้แก่
3.1 รุ่น S2-Floor Standing รุ่น 48000 บีทียู เพียงรุ่นเดียว เนื่องจากเป็นขนาดที่เหมาะสมกับตลาดในประเทศไทย เป็นขนาดทำความเย็นเดียวกับเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน รุ่นนี้ Midea วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เป็นรุ่น Fighting สำหรับตลาดในประเทศไทย เนื่องจากมีราคาประหยัด และมีฟังก์ชั่นพื้นฐานครบถ้วน
3.2 รุ่น E Floor Standing รุ่น 60000 บีทียู มีฟังก์ชั่น Fresh Air สัมผัสอากาศด้วยเทคโนโลยี Fresh Air

ไม่มีความคิดเห็น: