วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

“เอเจล” โหมสร้างแบรนด์-รุก CSR สู้ปีเสือ โชว์ศักยภาพจัด “Agel World Tour” มี.ค.นี้

ระบบเครือข่ายเสริมอาหารชนิดเจล “เอเจล” สุดปลื้มปี’52 โกยยอดขายเข้ากระเป๋าเกือบ 1,000 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จชูนโยบายปี 53 โหมสร้างแบรนด์ผ่านสื่อโฆษณาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ,รุกช่องทางกระจายสินค้าขยาย 10 สาขาทั่วประเทศ และทะยอยสินค้าบุกตลาดหวังคว้าเป้า 1,500 ล้านบาทสิ้นปีนี้ พร้อมชูกิจกรรม CSR สานโครงการ “เอเจล แคร์” ดึงสมาชิกรตอบแทนสังคมมุ่งช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสอย่างยั่งยืน โดยล่าสุดประกาศพร้อมแล้ว.. เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ “Agel World Tour” ต้อนรับเครือข่ายทั่วโลกกว่า 10,000 คนเยือนไทยมีนาคมนี้...
นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในรูปแบบขายตรงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเจล ภายใต้แบรนด์ "เอเจล" (Agel) จากสหรัฐอเมริกา กล่าวถึง ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาว่า จากความเชื่อมั่นในตัวสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Agel Exo” ที่ยังคงเป็นหัวหอกในการทำตลาดของบริษัทฯ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายที่มีอยู่กว่า 60,000 ราย ให้มากที่สุดมีการกระจายสินค้าให้ซื้อง่ายไม่ยุ่งยาก โดยในปีนี้บริษัทฯ มีแผนจะขยายสาขาไปตามภูมิภาคต่างๆ เพิ่มขึ้นอีก 10 สาขา โดยแบ่งเป็นภาคเหนือ 2 แห่ง , อีสาน 3 แห่ง ,ใต้ 1 แห่ง และอีก 4 แห่งอยู่ในพื้นที่ กทม. และภาคตะวันออก นอกจากนี้ ในระดับภูมิภาคอาเซียนนั้น เอเจลประเทศไทยยังได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากบริษัทแม่ให้เป็นศูนย์การให้ความรู้ของเครือข่ายในภูมิภาค และการจัดพิมพ์โฆษณาต่างๆ เพื่อนำไปเผยแพร่ในแต่ละประเทศอีกด้วย
“ปีนี้เรามุ่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเน้นการโฆษณาไปตามสื่อต่างๆ เช่น บิลบอร์ด สื่อสิ่งพิมพ์ เคเบิ้ลทีวี ฯลฯ อีกทั้งยังมุ่งหวังทำกิจกรรมเพื่อสังคมไทย ภายใต้โครงการ “เอเจล แคร์” ที่ต้องการตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน การมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ เหล่านี้เท่ากับเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศ เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของเราที่ไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องผลประกอบการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรายังใส่ใจในการร่วมพัฒนาสังคมไทยด้วย ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของบริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินโครงการต่างๆ ที่เราทำขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ถือว่าเราประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยจากยอดขายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากสินค้าหมวดอาหารเสริม และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นหมวดสกินแคร์ ทั้งนี้ เพื่อการก้าวไปสู่ความมั่นคงและเข้มแข็งมากขึ้นในปี 2553 นี้บริษัทฯ จึงได้วางกลยุทธ์ด้วยการเปิดตัวสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มอีก 6 ตัว โดยในราวเดือนมีนาคมนี้จะนำสู่ตลาดจำนวน 2 ตัว ส่วนที่เหลืออีก 4 ตัว จะทยอยสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและจากที่เรามีสินค้าหลากหลาย ผมเชื่อว่าในปีนี้บริษัทฯ น่าจะมียอดขายทะยานขึ้นไปสู่ 1,500 ล้านแน่นอน
“ปีนี้เรามุ่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น โดยเน้นการโฆษณาไปตามสื่อต่างๆ เช่น บิลบอร์ด สื่อสิ่งพิมพ์ เคเบิ้ลทีวี ฯลฯ อีกทั้งยังมุ่งหวังทำกิจกรรมเพื่อสังคมไทย ภายใต้โครงการ “เอเจล แคร์” ที่ต้องการตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็นโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน การมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ เหล่านี้เท่ากับเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศ เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจของเราที่ไม่ได้มุ่งหวังในเรื่องผลประกอบการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เรายังใส่ใจในการร่วมพัฒนาสังคมไทยด้วย ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของบริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินโครงการต่างๆ ที่เราทำขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ถือว่าเราประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยจากยอดขายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มาจากสินค้าหมวดอาหารเสริม และอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นหมวดสกินแคร์ ทั้งนี้ เพื่อการก้าวไปสู่ความมั่นคงและเข้มแข็งมากขึ้นในปี 2553 นี้บริษัทฯ จึงได้วางกลยุทธ์ด้วยการเปิดตัวสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มอีก 6 ตัว โดยในราวเดือนมีนาคมนี้จะนำสู่ตลาดจำนวน 2 ตัว ส่วนที่เหลืออีก 4 ตัว จะทยอยสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและจากที่เรามีสินค้าหลากหลาย ผมเชื่อว่าในปีนี้บริษัทฯ น่าจะมียอดขายทะยานขึ้นไปสู่ 1,500 ล้านแน่นอน
“สำหรับภาวะการแข่งขันธุรกิจเสริมอาหารในปีนี้ คาดว่าจะยังคงมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีบริษัทใหม่ๆ เข้ามาแข่ง และนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาสู่ตลาดทุกๆปี นั่นเป็นผลพวงมาจากกระแสการดูแลในเรื่องสุขภาพของคนไทยที่มีอัตราเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของเอเจลเองเราก็มีการพัฒนาแต่ไม่ได้แข่งกับใคร แต่เรามุ่งแข่งกับตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาเราก็พิสูจน์ได้แล้วว่าสามารถชนะตัวเองได้ทุกปี โดยดูได้จากยอดขาย ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง”
นอกจากนี้ ผู้จัดการทั่วไป ยังได้กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของการเตรียมจัดประชุมใหญ่ "AGEL World Tour" ที่จะมีขึ้นในเมืองไทยระหว่างวันที่ 27-28 มีนาคมนี้ ที่เมืองทองธานีว่า ถือว่าเป็นการจัดประชุมครั้งแรกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมและมีการประสานงานคืบหน้าไปอย่างมากเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัดงานยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ และคาดว่าจะมีเครือข่ายเอเจลจากทั่วโลก มาร่วมงานประชุมประมาณ 10,000 คน โดยแบ่งเป็นคนไทย 6,000 คน ชาวต่างชาติ 4,000 คน (เอเชียประมาณ 3,000 คน สหรัฐฯและยุโรปประมาณ 1,000 คน)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเอเจลมีสินค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอาหารเสริมประกอบด้วย Agel Exo, Agel Umi, Agel Slm, Agel Ohm, Agel Min, และ Agel HRT ส่วนอีกกลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ภายใต้แบรนด์ “Ageless” มีสินค้า 7 รายการ คือ Daily Cleansing, Revitalizing Gel Scrub, Antioxidant Misting Gel, Agedefying Eye Gel, Antiaging Gel Serum, Daily Moisturizing Gel และ Nourishing Night Gel

ไม่มีความคิดเห็น: