วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กสิกรไทยชูแนวคิด ThinK มัดใจลูกค้ารายใหญ่

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ และนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร

กสิกรไทยชูแนวคิด “Think” ดูแลลูกค้ารายใหญ่ครบวงจรใน 3 มิติ ทั้งคิดรอบด้าน คิดสร้างสรรค์ และคำมั่นแห่งบริการ สร้างความแตกต่างของการให้บริการอย่างเหนือชั้น เติบโตกับลูกค้าอย่างยั่งยืน หวังลูกค้าใช้เป็นธนาคารหลักให้ได้ 25%ในปีนี้
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย มีนโยบายในการมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าองค์กรธุรกิจที่มีจำนวนเกือบ 10,000 ราย ที่มียอดขายตั้งแต่ 400 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมากทั้งในเชิงขนาดองค์กร รูปแบบการบริหารจัดการ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ ตลอดจนความหลากหลายทางอุตสาหกรรม เหล่านี้เป็นปัจจัยทำให้ความต้องการของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่มีความหลากหลายและเฉพาะเจาะจง ธนาคารจึงต้องนำเสนอการให้บริการที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน สามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ทุกสถานการณ์ ภายใต้แนวความคิด “Think” เพื่อเพิ่มศักยภาพบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกอย่างครบวงจร (Total Solutions) และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างและร่วมนำธุรกิจลูกค้าสู่ความสำเร็จ ด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ
Think Through เป็นการคิดรอบด้านในการนำเสนอคำตอบทางการเงินและทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า สามารถให้บริการอย่างครบวงจร ทั้งด้านบริการด้านการเงิน และนอกเหนือจากบริการด้านการเงินแบบครบถ้วนตรงจุดตรงประเด็น โดยมีผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) กว่า 450 คนใน 21 ทีมอุตสาหกรรม ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงิน มีความเข้าใจในความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกันในแต่ละธุรกิจขนาดใหญ่ และมีความเข้าใจในธุรกิจของลูกค้าอย่างถ่องแท้ เป็นผู้คอยให้คำแนะนำหรือเป็นที่ปรึกษาของลูกค้าแต่ละองค์กร โดยมีผู้จัดการผลิตภัณฑ์อีกกว่า 1,000 คน รวมทั้งความสามารถของเครือธนาคารกสิกรไทยที่สามารถรวมกันเป็นหนึ่ง ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพราะเชื่อว่าการทำธุรกิจให้ยั่งยืน เติบใหญ่ แข็งแกร่งได้ต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินที่มีความพร้อมและมีศักยภาพร่วมเคียงข้างธุรกิจ
Innovate มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและบริการที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อให้บริการที่แตกต่าง มุ่งสร้างความสะดวกเพื่อให้การทำงานของลูกค้าสะดวก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ลูกค้าจะได้รับบริการที่ออกแบบเฉพาะ (Tailor-Made Solutions) ที่เหมาะกับความต้องการขององค์กรแต่ละแห่งได้อย่างตรงจุด อาทิ ระบบจัดการด้านข้อมูลเงินเดือนของบริษัท (Payroll Service Solutions) ที่พัฒนาการบริหารจัดการเงินเดือนของพนักงานแบบครบวงจรแก่ลูกค้าธุรกิจ บริการเงินโอนระหว่างประเทศกสิกรไทย (K-Global Money Transfer) ที่ลูกค้าสามารถโอนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงมือผู้รับในประเทศจีนได้ภายในวันเดียว เพิ่มความสะดวกและโอกาสทางธุรกิจการนำเข้า ส่งออกกับจีนได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา บัตรธุรกิจ (K-Corporate Payment Card) เพื่อชำระค่าสินค้าเฉพาะธุรกิจกับธุรกิจ แทนการชำระเงินด้วยเงินสดหรือเช็ค เพิ่มความคล่องตัว สะดวก รวดเร็วสำหรับกลุ่มธุรกิจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ลดความเสี่ยงการขนเงินจำนวนมาก
Keep Commitment การปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้จริงตามสัญญาที่ให้ไว้ พร้อมความทุ่มเทใส่ใจ เต็มใจช่วยเหลือในทุก ๆ เรื่อง และแก้ปัญหาของธุรกิจลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีจากบุคลากรที่เชี่ยวชาญของธนาคาร แม้ว่าจะมีอุปสรรคหรือการเปลี่ยนแปลงจากเหตุปัจจัยต่างๆ ธนาคารก็จะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จเพราะสิ่งเหล่านั้นหมายถึงความสำเร็จในธุรกิจของลูกค้า
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวความคิด Think จะเป็นแนวคิดที่สนับสนุนการให้บริการของธนาคารมีจุดแข็งและแตกต่างจากองค์กรอื่น เพราะธนาคารใส่ใจรายละเอียดลงลึกไปจนถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และร่วมกันพัฒนาคิดค้นบริการทางการเงินใหม่ๆ ร่วมกับลูกค้า ทำให้เกิดการต่อยอดนวัตกรรมทางการเงินที่ยังไม่มีธนาคารคู่แข่งทำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของลูกค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้แนวคิด Think จะสนับสนุนเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารอันดับ 1 ที่ลูกค้าขนาดใหญ่เลือกใช้เป็นธนาคารหลัก (Main Bank) จากสิ้นปี 2552 ที่ 23% เป็น 25 % ในปี 2553 และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 18% หรือเป็น 13,407 ล้านบาท ขยายสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่ม 3-5% โดยในไตรมาสแรกธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าขนาดใหญ่เพิ่มได้ประมาณ 3% สำหรับธุรกิจเป้าหมายของธนาคารฯ ได้แก่ ธุรกิจที่ได้รับผลดีจากการลงทุนของภาครัฐ และธุรกิจที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ รับเหมาก่อสร้าง การสื่อสารและโทรคมนาคม ธุรกิจภาคการส่งออก อาทิ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

ไม่มีความคิดเห็น: